ไทยรั้งเบอร์สองผู้ผลิตไฟฟ้าในลาว

 
ผู้ประกอบการไทยลงทุนสร้างโรงไฟฟ้าพลังน้ำในลาวเป็นเบอร์สองรองจากนักลงทุนฝรั่งเศส อยู่ระหว่างพิจารณาลงทุนในพม่า เพื่อส่งไฟฟ้าขายไทย


นายคำผุย จีราระรื่นศักดิ์  ที่ปรึกษาคณะกรรมการบริษัท เซาท์อีสท์ เอเชีย เอนเนอร์จี จำกัด เปิดเผยว่า ปัจจุบันผู้ประกอบการไทยเป็นผู้ผลิตไฟฟ้าในประเทศลาวรายใหญ่อันดับ 2 รองจากกลุ่มทุนจากฝรั่งเศส โดยทุนฝรั่งเศสเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ในโครงการโรงฟ้าพลังงานน้ำน้ำเทิร์น 2  กำลังผลิตกว่า 900 เมกะวัตต์ อันดับ 2 เป็นกลุ่มทุนจากไทย 615 เมกะวัตต์ในโครงการน้ำงึม 2 ที่เหลือก็จะเป็นกลุ่มทุนจากเวียดนาม จีน เกาหลี เป็นต้น อย่างไรก็ตามหากโครงการพลังน้ำไซยะบุรีสร้างเสร็จกลุ่มทุนจากไทยก็จะเป็นผู้ผลิตไฟฟ้ารายใหญ่ที่สุดในประเทศลาว

ทั้งนี้การลงทุนโรงไฟฟ้าของบริษัทในต่างประเทศเน้นความสำคัญพลังงานน้ำเป็นหลัก เพราะมีความเชี่ยวชาญด้านนี้เป็นพิเศษ ซึ่งนอกจากในให้ความสำคัญในลาวแล้ว ยังมีการพิจารณาการลงทุนโรงไฟฟ้าพลังน้ำในประเทศพม่าด้วย โดยเน้นการจำหน่ายไฟฟ้าในประเทศไทย เนื่องจากกระทรวงพลังงานมีนโยบายที่จะรับซื้อไฟฟ้าจากเพื่อนบ้านอีกจำนวนมาก เพราะว่าการก่อสร้างโรงไฟฟ้าในไทยดำเนินการได้ยากมาก โดยเฉพาะการสร้างเขื่อน และ โรงไฟฟ้าถ่านหิน เป็นต้น

ที่มา : http://www.dailynews.co.th/businesss/209091

เขียนโดย AseanSTI Admin    เมื่อวันที่ 12-06-2556    เวลา 10:22:09
ป้ายกำกับ ลาว

ไปลาวครั้งต่อไปได้นั่งรถเมล์ด่วน BRT เข้าเวียงจันทน์


ยังทดลองอยู่.. รถเมล์รุ่นใหม่ปรับอากาศขนาด 55 ที่นั่ง ใหม่เอี่ยมจากญี่ปุ่น กว้างขวางกว่ารุ่นเก่า ตอนนี้รถ BRT แล่นให้บริการตามถนนสายหลัก 2 สายในชั่วโมงเร่งด่วน สัปดาห์หน้าจะขยายออกไปยังด่านสะพานมิตรภาพ เก็บข้อมูลให้เพียงพอก่อนเปิดให้บริการ ตาม 3 เส้นทางอย่างถาวร ไปเวียงจันทน์เที่ยวหน้าสะดวกสบายยิ่งขึ้น. -- ภาพ: เวียงจันทน์ใหม่.

       .
       
ASTVผู้จัดการออนไลน์ - รัฐวิสาหกิจรถเมล์นครเวียงจันทน์ จะเริ่มทดลองเดินรถบัสด่วนขนส่งมวลชน (Bus Rapid Transport) สายเวียงจันทน์-ด่านสะพานมิตรภาพ ในสัปดาห์หน้านี้ ซึ่งจะทำให้ผู้ไปเยือนลาวโดยเดินทางเข้าที่ชายแดนด้านนั้นได้รับความสะดวกสบาย และประหยัดยิ่งขึ้น 
       
       องค์การรถเมล์ฯ ได้เปิดให้บริการรถเมล์ BRT ในตัวเมืองมาระยะหนึ่งแล้วในชั่วโมงเร่งด่วน โดยให้ช่องทางในสุดของถนนทั้งสองข้าง ไปตามถนนสองสายคือ ถนนสุพานุวง (ไปสนามบินวัดไต) กับถนนไกสอน พมวิหาน (ไปดงโดก) สื่อของทางการรายงาน
       
       ทางการนครเวียงจันทน์ เตรียมการเรื่องนี้มาตั้งแต่เดือน เม.ย. ศึกษาหาข้อมูลต่างๆ และมีการประชุมเรื่องนี้อีกครั้งหนึ่งในวันที่ 7 มิ.ย.ที่ผ่านมา เพื่อทดลองให้บริการเส้นทางใหม่จากถนนสามแสนไทยในเมือง ไปตามถนนท่าเดื่อ มุ่งสู่ด่านสะพานมิตรภาพข้ามแม่น้ำโขงเวียงจันทน์-หนองคาย
       
       นายคำพูน เตเมลาด ผู้อำนวยการรัฐวิสาหกิจรถเมล์ กล่าวว่า การทดลองมีกำหนดขึ้นวันที่ 17-21 มิ.ย.นี้ ระหว่างเวลา 07.00-08.30 น. ซึ่งเป็นชั่วโมงเร่งด่วนสำหรับคนทำงาน ทั้งนี้ เพื่อเก็บข้อมูลประเมินผลเพื่อขยายเส้นทางในอนาคต และดึงดูดความสนใจจากผู้สัญจรไปมาอีกด้วย
       
       ทางการกำลังพยายามส่งเสริมให้ประชาชนทั่วไปหันไปใช้บริการขนส่งสาธารณะให้มากขึ้น ลดการใช้รถยนต์ส่วนตัวซึ่งสิ้นเปลืองเชื้อเพลิง ปลอดภัยกว่า และยังช่วยลดมลพิษบนท้องถนนลงได้อีกด้วย
       
       ลาวได้รับรถเมล์ จำนวน 42 คัน ในเดือน มิ.ย.ปีที่แล้ว เป็นรถเมล์ปรับอากาศขนาด 55 ที่นั่ง กว้างขวาง และทันสมัย เป็นการช่วยเหลือให้เปล่าจากรัฐบาลญี่ปุ่นผ่านองค์การไจก้า ทั้งหมดส่งตรงจากญี่ปุ่นผ่านท่าเรือแหลมฉบังของไทย ก่อนนำไปส่งมอบที่นครเวียงจันทน์
       
       ตามรายงานของสื่อทางการ รัฐบาลลาวกำลังศึกษาข้อมูลเพื่อหาทางนำรถเมล์ที่ขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้าไปให้บริการตามเมืองใหญ่อื่นๆ ซึ่งรวมทั้งเมืองไกสอน พมวิหาน สะหวันนะเขต เมืองปากเซ แขวงจำปาสัก และเมืองหลวงพระบางในภาคเหนือของประเทศด้วย.

 

​ที่มา http://www.manager.co.th/IndoChina/ViewNews.aspx?NewsID=9560000071705

เขียนโดย AseanSTI Admin    เมื่อวันที่ 24-06-2556    เวลา 13:58:10
ป้ายกำกับ ลาว,กัมพูชา

ธุรกิจในลาวป่วนหนักแรงงานขาด ร้องเพื่อนบ้านดึงคนงาน/ว่างอีก31,000คนต่อปี

เวียงจันทน์ ไทม์สรายงานว่า นักลงทุนทั้งในและต่างประเทศที่ทำธุรกิจใน สปป.ลาว ต่างเผชิญปัญหาขาดแคลนแรงงานหนัก ราว 31,000 คนต่อปี

อ่อนสี บุดศรีวงสัก เจ้าหน้าที่อาวุโสของหอการค้าและอุตสาหกรรมแห่งชาติลาว กล่าวว่า ลาวประสบภาวะแรงงานขาดแคลนสูงสุด 31,000 คนต่อปี อ่อนสีกล่าวว่า ได้มีการแจ้งปัญหาแรงงานไปยังภาครัฐ เพื่อให้หาทางออกที่เหมาะสมแล้ว ในงานฟอรั่มธุรกิจลาว ครั้งที่ 8 ซึ่งจัดขึ้นในกรุงเวียงจันทน์ ช่วงต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา ทั้งนี้ จำนวนตัวเลขแรงงานที่ สปป.ลาวขาดแคลน ยังไม่รวมกับความต้องการของบริษัทน้ำตาล 2 แห่ง ในเขตสะหวันนะเขต และแรงงานกรีดน้ำยางในสวนยางทั่วประเทศ ซึ่งน่าจะมีจำนวนอีกหลายพันคน




เอกสารในงานฟอรั่มธุรกิจลาวครั้งล่าสุดระบุว่า ปัจจุบันจำนวนแรงงานจากสมาคมผู้ผลิตเฟอร์นิเจอร์, กลุ่มก่อสร้าง, ภาคอุตสาหกรรมสิ่งทอ, ภาคการท่องเที่ยว, กลุ่มการผลิตโลหะแท่ง, ภาคการผลิตอุตสาหกรรม, กลุ่มบริษัทเคพี, บริษัทนิคอน และบริษัทเอสสิลอซ ซึ่งตั้งอยู่ในเขตอุตสาหกรรมสะหวันนะเขต มีการจ้างแรงงาน 187,750 คน และยังขาดแคลนแรงงานอีกจำนวน 31,000 คน

ทั้งนี้ปัจจุบันสมาคมผู้ผลิตเฟอร์นิเจอร์มีแรงงานจำนวน 6,000 คน ต้องการแรงงานเพิ่มอีกจำนวน 5,000 คน กลุ่มก่อสร้างมีแรงงานจำนวน 100,000 คน ต้องการแรงงานเพิ่มอีกจำนวน 5,500 คน ส่วนแรงงานในภาคอุตสาหกรรมสิ่งทอมีจำนวน 31,000 คน และต้องการแรงงานเพิ่มอีกจำนวน 9,930 คนต่อปี ขณะที่สามารถหาแรงงานได้เพียง 650 คนเท่านั้น

ภาคการท่องเที่ยวมีแรงงานจำนวน 28,100 คน ต้องการแรงงานเพิ่มอีก 2,400 คนต่อปี การผลิตโลหะแท่งมีแรงงานจำนวน 1,150 คน ต้องการแรงงานเพิ่มอีกจำนวน 600 คนต่อปี ภาคการผลิตอุตสาหกรรมมีแรงงานจำนวน 20,000 คน ต้องการแรงงานเพิ่มอีกจำนวน 300 คน 

ส่วนกลุ่มบริษัทเคพีมีแรงงานจำนวน 1,500 คน ต้องการแรงงานเพิ่มอีก 2,900 คน ด้านบริษัทนิคอนต้องการแรงงานเพิ่ม 1,500 คน และบริษัทเอสสิลอซต้องการแรงงานเพิ่มอีก 3,000 คน

อ่อนสีกล่าวว่า ในภาวะที่ สปป.ลาวเผชิญกับภาวะแรงงานขาดแคลน ยังมีแรงงานราว 100,000 คนที่ข้ามชายแดนไปหางานทำยังประเทศเพื่อนบ้าน เนื่องจากไม่มีการควบคุมของอัตราแรงงานที่ออกนอกประเทศ นอกจากนี้ การอพยพเพื่อหางานของประชากรลาวในประเทศเพื่อนบ้าน ยังทำให้ตอนกลางและตอนใต้ของ สปป.ลาวไม่มีแรงงานหนุ่มสาวที่ทำนาข้าว เหลือเพียงผู้สูงอายุที่ทำงานภาคการเกษตร 

ปัญหาการขาดแคลนแรงงาน ทำให้เกิดปัญหาการแย่งชิงแรงงานระหว่างบริษัทต่าง ๆ ในเวียงจันทน์ ซึ่งปัญหานี้รุนแรงขึ้นในบริษัทที่ไม่มีกฎระเบียบชัดเจน และไม่สามารถจัดการกับบุคลากรได้ โดยพบว่ามีพนักงานบางส่วนมักหยุดงาน 2-3 วัน หลังได้รับเงินเดือน

อ่อนสีกล่าวว่า "เราตระหนักดีว่าในปี 2558 สปป.ลาวจะเข้าเป็นส่วนหนึ่งของประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน ถ้าเรายอมให้ปัญหาแรงงานในปัจจุบันยืดเยื้อไปอีกเรื่อย ๆ เราจะสามารถผลิตสินค้าคุณภาพ เพื่อตอบสนองตลาดเออีซีได้อย่างไร" 

การขาดแคลนแรงงานและอัตราเข้าออกของพนักงานที่สูงมาก เป็นปัญหาหนักของผู้ที่เข้ามาลงทุนและเพิ่งตั้งกิจการในลาว แม้ว่ากระทรวงแรงงานและสวัสดิการสังคมได้ตั้งสำนักงานจัดหางานแล้ว 15 แห่ง ปัญหาแรงงานขาดแคลนก็ยังคงรุนแรงทั้งนี้ นักลงทุนและกลุ่มธุรกิจยังคงประสบปัญหาการได้รับใบอนุญาตจากหน่วยงานรัฐของ สปป.ลาว ให้สามารถจ้างแรงงานท้องถิ่นได้อย่างอิสระ

ปัจจุบันพบว่าในแขวงสะหวันนะเขตมีเอเยนซี่จ้างงานต่างชาติใช้รถบัสเข้ามารับแรงงานในลาวและข้ามชายแดนไปส่งยังที่ทำงานในประเทศเพื่อนบ้าน ส่วนในหลวงพระบาง เอเยนซี่จ้างงานต่างชาติร่วมมือกับเอเยนซี่จัดหางานในลาวคัดคนงานให้ข้ามชายแดนไปทำงานในประเทศเพื่อนบ้าน มีชาวหลวงพระบางมากกว่า 700 คนได้รับการสัมภาษณ์เพื่อไปทำงานในประเทศเพื่อนบ้าน อ่อนสีกล่าวว่า "ฉันคิดว่าถึงเวลาแล้วที่เราจะเอาแรงงานหนุ่มสาวของเรากลับมา เพื่อสร้างและพัฒนาประเทศของเรา"

ที่มา http://www.prachachat.net/news_detail.php?newsid=1377525315

เขียนโดย AseanSTI Admin    เมื่อวันที่ 27-08-2556    เวลา 14:57:26
ป้ายกำกับ ลาว,แรงงาน,ธุรกิจ