เวียดนามวางแผนเพิ่มความสูงประชากรอีก 4 เซนติเมตร


แฟ้มภาพเอเอฟพี วันที่ 24 ส.ค. 2555 เด็กนักเรียนชั้นมัธยมเดินผ่านป้ายโฆษณาประชาสัมพันธ์เฉลิมฉลองวันชาติที่บริเวณสวนสาธารณะในกรุงฮานอย ทางการเวียดนามมีแผนที่จะเพิ่มค่าเฉลี่ยความสูงของประชากรในประเทศอีก 4 เซนติเมตร ภายในปี 2573 โดยที่เพศหญิงอายุ 18 ปี มีความสูงเฉลี่ยที่ 157.5 เซนติเมตร และเพศชายอายุ 18 ปี ที่ 168.5 เซนติเมตร. -- AFP PHOTO/Hoang Dinh Nam.

       
แถ่งเนียน - เวียดนามวางแผนที่จะลงทุนงบประมาณ ประมาณ 287 ล้านดอลลาร์ ศึกษาและดำเนินโครงการที่จะเพิ่มค่าเฉลี่ยความสูงของประชากรอีก 4 เซนติเมตร ภายในปี 2573 เจ้าหน้าที่เวียดนามระบุ
       
       นายเลิม กว่าง แท็งห์ รองผู้อำนวยการกรมกีฬา กระทรวงวัฒนธรรม กีฬา และการท่องเที่ยวเวียดนาม กล่าวว่า โครงการมีเป้าหมายที่จะเพิ่มค่าเฉลี่ยความสูงของชาวเวียดนามเพศหญิงในช่วงอายุ 18 ปี ที่ 157.5 เซนติเมตร และเพศชายในช่วงอายุ 18 ปี ที่ 168.5 เซนติเมตร
       
       ผู้เชี่ยวชาญได้กล่าวโทษการขาดแคลนโภชนาการ และกิจกรรมทางกายภาพที่เป็นเหตุทำให้ประชากรของประเทศมีความสูงน้อยกว่าประชากรในประเทศเพื่อนบ้าน
       
       หนังสือพิมพ์เตื่อยแจ๋ รายงานอ้างคำกล่าวของนายเลิม กว่าง แท็งห์ ที่ระบุว่า โครงการใหม่นี้ได้รับการอนุมัติโดยนายกรัฐมนตรีในเดือน เม.ย. 2554 ในฐานะเป็นโครงการแห่งชาติ
       
       โครงการแรกที่เกี่ยวข้องกับการปรับปรุงลักษณะทางกายภาพของประชากรชาวเวียดนาม โดยโครงการจะมุ่งเน้นไปที่หญิงตั้งครรภ์ และเด็กแรกเกิดจนกระทั่งอายุ 18 ปี
       
       สำหรับเงินทุนจะถูกนำไปใช้ในการศึกษาผลกระทบเกี่ยวกับขนาดรูปร่าง และความแข็งแรง เพื่อที่จะดำเนินการโครงการด้านสุขภาพผสมผสานกับกิจกรรมทางกายภาพ และโภชนาการ โดยโครงการจะเริ่มต้นให้การศึกษาเกี่ยวกับกายภาพตามโรงเรียนต่างๆ สำหรับเด็กที่มีอายุระหว่าง 3-18 ปี และรณรงค์สร้างความตระหนักรู้เกี่ยวกับสุขภาพ และกายภาพให้แก่ประชาชนทั่วไป
       
       นายเล แค็งห์ หาย รองนายกรัฐมนตรี กล่าวกับหนังสือพิมพ์เตื่อยแจ๋ว่า ความสำเร็จของโครงการจะขึ้นอยู่กับทุนจากรัฐบาลท้องถิ่น และเอกชน โดยระบุว่าโครงการมีผลกระทบต่อทุกคนเนื่องจากเป็นเรื่องเกี่ยวกับสุขภาพ และทางการหวังว่าจะสามารถระดมทุนจากชุมชนต่างๆ ได้
       
       ผู้อำนวยการศูนย์โภชนาการนครโฮจิมินห์ ระบุว่า การเติบโตของเด็กขึ้นอยู่กับยีนร้อยละ 20 และอีกมากกว่าร้อยละ 50 ขึ้นอยู่กับโภชนาการ การออกกำลัง และการนอนหลับ
       
       นายเดิม ก๊วก จิงห์ ที่เป็นหัวหน้าโครงการเพิ่มค่าเฉลี่ยความสูงของประชากรกล่าวว่า ความสูง และสุขภาพของประชาชนชาวเวียดนามยังคงห่างไกลจากประเทศพัฒนาแล้ว หากประเทศเริ่มต้นที่จะเปลี่ยนแปลงความคิด และพฤติกรรมที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพของประชาชนช้า พวกเขาก็จะถูกทิ้งให้อยู่ข้างหลัง รวมทั้งจากประเทศเพื่อนบ้านด้วย.

 

ที่มา : http://www.manager.co.th/IndoChina/ViewNews.aspx?NewsID=9560000066460

เขียนโดย AseanSTI Admin    เมื่อวันที่ 12-06-2556    เวลา 10:18:57
ป้ายกำกับ เวียดนาม

เวียดนามเริ่มสอนวิชาต่อต้านคอร์รัปชันในโรงเรียน ม.ปลายได้เรียนปีนี้


นักเรียนมัธยมศึกษาตอนปลายโรงเรียนแห่งหนึ่งในกรุงฮานอยกรูกันออกจากประตูใหญ่ หลังการสอบไล่เสร็จสิ้นลงในวันที่ 4 มิ.ย.ที่ผ่านมา มันเป็นช่วงเบิกบานเหมือนยกภูเขาออกจากอก สอบปีการศึกษาต่อไปอาจจะเครียดยิ่งกว่า เพราะจะมีอีกวิชาหนึ่งทำให้เครียดซึ่งจะได้เรียนเมื่อเปิดศกการศึกษาใหม่ 2556-2557 เดือน ก.ย.นี้ หลังจากทดลองนำร่องมา 3 ปี เวียดนามจะเริ่มสอนวิชาการต่อต้านคอร์รัปชั่นในระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย. -- ภาพ: หนังสือพิมพ์ลาวดง (แรงงาน).
       .
       
ASTVผู้จัดการออนไลน์ - เวียดนามจะเริ่มสอนวิชาการต่อต้านคอร์รัปชันในระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย ในปีการศึกษา 2556-2557 ที่จะเริ่มในเดือน ก.ย.นี้ ซึ่งจะเป็นครั้งแรกที่มีการบรรจุวิชานี้เข้าในหลักสูตรสำหรับนักเรียนทั่วประเทศ โดยเชื่อว่าจะสามารถช่วยต่อต้านการฉ้อราษฎร์บังหลวงที่แพร่ลามในระบบได้ 
       
       การเปิดสอนวิชานี้อย่างเป็นทางการกำลังจะเริ่มขึ้น หลังจากกระทรวงศึกษาธิการและฝึกอบรม ทำโครงการนำร่องมาเป็นเวลา 3 ปี มีรายงานเรื่องนี้ในเว็บไซต์รัฐบาล
       
       รัฐบาลของนายกรัฐมนตรีเหวียนเติ๋นยวุ๋ง มีมติตั้งแต่ปี 2552 ให้เปิดสอนวิชานี้ในระดับโรงเรียนมัธยมศึกษา และบรรจุเข้าเป็นเนื้อหาหนึ่งในวิชาอาชญาวิทยาในระดับอุดมศึกษา โดยให้คณะกรรมการตรวจตราแห่งรัฐ (State Inspectorate Committee) สนับสนุนด้านเนื้อหา ตลอดจนเผยแพร่ผลงาน ให้คำแนะนำ รวมทั้งนำเสนอกรณีศึกษาต่างๆ ผ่านเว็บไซต์ของสำนักงานดังกล่าว
       
       พรรคคอมมิวนิสต์เวียดนามประกาศให้การคอร์รัปชันเป็น 1 ใน 3 “สิ่งชั่วร้ายทางสังคม” ซึ่งรวมทั้งปัญหายาเสพติด กับการค้าประเวณีด้วย แต่การฉ้อราษฎร์บังหลวงก็ยังแพร่ลามอยู่ในทุกระดับ ถึงแม้ว่าหลายปีมานี้จะจัดการกับกรณีใหญ่ๆ ได้หลายกรณี ซึ่งเคยตกเป็นข่าวอื้อฉาวมาแล้ว
       
       ปีที่แล้ว คณะกรรมการตรวจตราแห่งรัฐ และคณะกรรมการต่อต้านการคอร์รัปชัน ตรวจพบการประพฤติมิชอบ 49 กรณี ทำให้รัฐเสียหายคิดเป็นเงินถึง 132,700 ล้านด่ง (6.3 ล้านดอลลาร์)
       
       ขณะเดียวกัน สำนักข่าวเวียดนาม (Vietnam News Agency) รายงานอ้างความเห็นของนายเจิ่นดึ๊กเลือง (Tran Duc Luong) รองประธานคณะกรรมการตรวจตราแห่งรัฐที่เชื่อว่าการสอนวิชาต่อต้านคอร์รัปชันในโรงเรียนจะเป็นอีกทางหนึ่งที่สามารถช่วยสนับสนุนมาตรการอื่นๆ ในการต่อต้านการทุจริต
       
       คณะกรรมการชุดนี้กล่าวว่า การคอร์รัปชันนับวันมีความสลับซับซ้อน พลิกแพลง และปราบปรามได้ยากยิ่งขึ้น.
       .
 

นักเรียนชายหญิงกลุ่มนี้ช่วยกันหาคำตอบสำหรับข้อสอบที่เพิ่งจะผ่านพ้นไป การสอบไล่ของนักเรียนมัธยมศึกษาทั่วประเทศส่วนใหญ่เสร็จวันที่ 4 มิ.ย.ที่ผ่านมา มีบางสายที่สอบต่อเนื่องอีก 2 วัน แต่การสอบไล่ปีหน้าจะเครียดยิ่งกว่านี้ เวียดนามเริ่มเปิดสอนวิชาการต่อต้านคอร์รัปชั่นในระดับมัธยมศึกษาตอนปลายในปีการศึกษา 2556-2557 นี้เป็นต้นไป. -- ภาพ: หนังสือพิมพ์ลาวดง (แรงงาน).

       

ที่มา : http://www.manager.co.th/IndoChina/ViewNews.aspx?NewsID=9560000074504

เขียนโดย AseanSTI Admin    เมื่อวันที่ 24-06-2556    เวลา 13:51:53
ป้ายกำกับ เวียดนาม

เวียดนามทำยอดส่งออกมือถือเกิน $20,000 ล้าน แซงน้ำมันดิบ


แม้ค้าหาบเร่นำสินค้าของเธอผ่านร้านขายโทรศัพท์มือถือในกรุงฮานอยวันที่ 24 ต.ค.2554 ถึงขณะนั้นมีชาวเวียดนามใช้โทรศัพท์มือถืออยู่เพียงประมาณ 30.2 ล้านคน ตลาดยังโตได้อีกมากเมื่อเทียบกับประชากรที่มีอยู่ 80 ล้านคน แต่ขณะเดียวกันเวียดนามก็ได้กลายเป็นประเทศผู้ผลิตโทรศัพท์มือถือส่งออกรายใหญ่ของโลก รายงานล่าสุดได้พบว่ามูลค่าส่งออกในแขนงนี้นำเงินเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจได้มากกว่าการส่งออกน้ำมันดิบ หรือเสื้อผ้าสำเร็จรูปกับผลิตภัณฑ์สิ่งทอที่เคยทำรายได้มากที่สุด. -- AFP Photo/Hoamg Dinh Nam.

       .
       
ซินหวา - กระทรวงอุตสาหกรรมและการค้าเวียดนามคาดการณ์ว่า ประเทศจะสามารถทำเงินเข้าประเทศได้มากกว่า 20,000 ล้านดอลลาร์ จากการส่งออกโทรศัพท์ และส่วนประกอบในปีนี้ นับเป็นตัวเลขที่มากกว่ารายได้จากการส่งออกน้ำมันดิบของประเทศ
       
       ในช่วง 5 เดือนแรกของปี 2556 รายได้จากการส่งออกโทรศัพท์อยู่ที่ 7,700 ล้านดอลลาร์ เมื่อเทียบปีต่อปี ขยายตัวเพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 103.1 นับว่าการส่งออกโทรศัพท์ทำรายได้มากเกินกว่าการส่งออกเสื้อผ้าและสิ่งทอ ที่มีมูลค่าการส่งออกที่ 6,400 ล้านดอลลาร์ เป็นสินค้าส่งออกมากที่สุดของประเทศ ตามการระบุของสำนักงานสถิติใหญ่เวียดนาม (GSO)
       
       ในปี 2554 การส่งออกโทรศัพท์ และส่วนประกอบทำรายได้ 6,800 ล้านดอลลาร์ ขยายตัวมากถึง 3 เท่า จากปี 2553 และรายได้ของปี 2555 การส่งออกโทรศัพท์ และส่วนประกอบยังมากเกินกว่ารายได้จากการส่งออกน้ำมันดิบ และกลายเป็นสินค้าส่งออกอันดับ 2 จากรายได้ทั้งหมด 12,700 ล้านดอลลาร์ ซึ่งมากเป็น 2 เท่าของรายได้ในปี 2554
       
       โทรศัพท์สำหรับส่งออกของเวียดนามส่วนใหญ่ผลิตโดยกิจการที่ต่างชาติเป็นผู้ลงทุน ซึ่งมีสัดส่วนร้อยละ 98.2 และโทรศัพท์ที่ผลิตขึ้นในเวียดนามนี้ถูกส่งออกไปยังหลายประเทศทั่วโลก รวมทั้งประเทศที่เวียดนามมักนำเข้าสินค้าเช่นกัน.

 

​ที่มา http://www.manager.co.th/IndoChina/ViewNews.aspx?NewsID=9560000075192

เขียนโดย AseanSTI Admin    เมื่อวันที่ 24-06-2556    เวลา 13:55:59
ป้ายกำกับ เวียดนาม

นายกฯเวียดนาม สั่งคุมแอปพลิเคชันโทร.ฟรีบนมือถือ

       
แถ่งเนียน - นายกรัฐมนตรีของเวียดนาม ได้สั่งการให้กระทรวงโทรคมนาคมออกระเบียบข้อบังคับเกี่ยวกับแอปพลิเคชันโทร.ฟรี และให้บริการส่งข้อความบนโทรศัพท์สมาร์ทโฟน หลังมีข้อร้องเรียนจากบรรดาบริษัทผู้ให้บริการโทรศัพท์รายใหญ่ที่ระบุอ้างว่า พวกเขาสูญเสียรายได้หลายล้านดอลลาร์ต่อเดือน
       
       เว็บไซต์หนังสือพิมพ์เซินจี๊ รายงานว่า นายกรัฐมนตรีเหวียน เติ๋น ยวุ๋ง ได้มีคำสั่งให้กระทรวงโทรคมนาคมและสารสนเทศ ร่างกฎระเบียบเพื่อจัดการแอปพลิเคชันบนโทรศัพท์สมาร์ทโฟน เช่น Viber, Wala, หรือ WhatsApp ซึ่งแอปพลิเคชันเหล่านี้ใช้งานผ่านการติดต่อทางอินเทอร์เน็ต
       
       บริษัท VNG ผู้ให้บริการเนื้อหาบนอินเทอร์เน็ตชั้นนำของเวียดนาม ได้ทุ่มเม็ดเงินเพื่อโฆษณาแอปพลิเคชัน Zalo ขณะที่แอปพลิเคชันอื่นๆ เช่น Kakao Talk ของเกาหลีใต้ และ Line ของญี่ปุ่น ก็ได้รับความนิยมในเวียดนามในช่วง 2 ปีที่ผ่านมาเช่นกัน
       
       บริษัทผู้ให้บริการเครือข่ายสัญญาณโทรศัพท์รายใหญ่ของเวียดนาม เช่น MobiFone และ Vinaphone ได้ยกค่าธรรมเนียม 3G เมื่อเดือน เม.ย. ที่ผ่านมา 25% เพื่อให้เท่ากับค่าธรรมเนียมของบริษัท Viettel ที่ดำเนินการโดยทหาร ซึ่งเป็นผู้ให้บริการรายใหญ่อีกรายของประเทศ
       
       MobiFone ได้กล่าวในการประชุมเมื่อไม่นานนี้ว่า บริษัทได้สูญเงินไปราว 1 ล้านล้านด่ง (47.45 ล้านดอลลาร์) ต่อปี ให้แก่แอปพลิเคชันเหล่านี้ ขณะที่รัฐวิสาหกิจไปรษณีย์และโทรคมนาคมเวียดนาม ที่เป็นเจ้าของบริษัท MobiFone และ Vinaphone ระบุว่า แอปพลิเคชันทำให้รายได้ของกิจการลดลงประมาณ 10% ส่วนบริษัท Viettel ก็ได้ระบุถึงการสูญเสียรายได้ไปเมื่อต้นปีเช่นกัน
       
       บริษัทโทรคมนาคมทั้ง 3 ราย ได้ร้องไปยังกระทรวงให้ดำเนินการห้ามแอปพลิเคชันเหล่านี้จนกว่าจะมีการกำหนดมาตรการเพื่อควบคุมแอปพลิเคชัน แต่กระทรวงได้ปฏิเสธคำร้อง โดยระบุว่า ไม่มีเหตุผลที่ประเทศจะต่อต้านกระแสโลก.

 

ที่มา http://www.manager.co.th/IndoChina/ViewNews.aspx?NewsID=9560000105593

เขียนโดย AseanSTI Admin    เมื่อวันที่ 27-08-2556    เวลา 14:52:27